พรีวิวพรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน vs ลิเวอร์พูล  หงส์ทัพใหญ่บุกรังท๊อฟฟี่หวังกระชาก 3 แต้ม กลับมา

พรีวิวพรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน vs ลิเวอร์พูล หงส์ทัพใหญ่บุกรังท๊อฟฟี่หวังกระชาก 3 แต้ม กลับมา

เอฟเวอร์ตัน (9) -vs- ลิเวอร์พูล (3) ... (03.00)
 
สนาม : กูดิสัน ปาร์ค
 
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
21/04/16 ลิเวอร์พูล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4 - 0
04/10/15 เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 1 - 1
08/02/15 เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 0 - 0
27/09/14 ลิเวอร์พูล เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1 - 1
29/01/14 ลิเวอร์พูล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4 - 0
23/11/13 เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 3 - 3
05/05/13 ลิเวอร์พูล เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0 - 0
28/10/12 เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2 - 2
14/04/12 ลิเวอร์พูล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2 - 1 
14/03/12 ลิเวอร์พูล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3 - 0
 
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
 
เอฟเวอร์ตัน
14/12/16 ชนะ อาร์เซน่อล 2-1 (เหย้า) / รอง 0.5 ... บวก 
10/12/16 แพ้ วัตฟอร์ด 2-3 (เยือน) / ต่อ 0.25 ... เสีย
04/12/16 เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) / รอง 0.5 ... บวก 
28/11/16 แพ้ เซาท์แฮมป์ตัน 0-1 (เยือน) / รอง 0.5 ... เสีย
19/11/16 เสมอ สวอนซี ซิตี้ 1-1 (เหย้า) / ต่อ 1.0 ... เสีย
ฟอร์มเกมเหย้าในลีก แข่ง 8 ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 0 ได้ 12 เสีย 6 มี 16 แต้ม
 
ลิเวอร์พูล
15/12/16 ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-0 (เยือน) / ต่อ 1 ... บวก 
11/12/16 เสมอ เวสต์แฮม 2-2 (เหย้า) / ต่อ 1.75 ... เสีย
04/12/16 แพ้ บอร์นมัธ 3-4 (เยือน) / ต่อ 0.75 ... เสีย
30/11/16 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า) ลีก คัพ / ต่อ 1.75 ... บวกครึ่ง
26/11/16 ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 (เหย้า) / ต่อ 2.25 ... เสียครึ่ง
ฟอร์มเกมเยือนในลีก แข่ง 9 ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 2 ได้ 19 เสีย 14 มี 17 แต้ม
 
ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในลีก
 
เอฟเวอร์ตัน
เหย้า - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 0 ได้ 4 เสีย 3 มี 5 แต้ม
เยือน - แข่ง 3 ชนะ 0 เสมอ 0 แพ้ 3 ได้ 2 เสีย 9 ไม่มีแต้ม
 
ลิเวอร์พูล
เหย้า - แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 ได้ 10 เสีย 3 มี 7 แต้ม
เยือน - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 6 เสีย 4 มี 4 แต้ม
 
สภาพทีมล่าสุดของทั้งสองทีม
 
     เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน จะไร้เงาของ มูฮาเหม็ด เบซิช, แม็ตธิว เพนนิงตัน และ ยานนิค โบลาซี่ ที่เดี้ยงอยู่ทั้งสิ้น รวมถึงปราการหลังจอมเก๋าอย่าง ฟีล ยากีลก้า ซึ่งติดโทษแบน เพราะไปโดนไล่ออกในเกมล่าสุดที่ชนะอาร์เซน่อล 2-1 ขณะที่ ลามีน โคเน่ อีกหนึ่งกองหลังผิวสีสลัดคราบเดี้ยงกลับมาซ้อมได้แล้ว เหลือแค่รอทดสอบความฟิต ส่วนแกเร็ธ แบร์รี่ กองกลางเชิงสูง พลาดเกมดังกล่าว เนื่องจากปัญหาด้านสภาพร่างกาย แต่น่าจะพร้อมเป็นตัวเลือกวันนี้ ทว่าต้องแย่งตัวตริงกับรอสส บาร์คลี่ย์ ซึ่งกำลังท็อปฟอร์ม หรือ คูมัน อาจส่งลงเล่นด้วยกันก็เป็นได้ นอกนั้นเป็นขุดเดียวกับที่หักกระบอกปืน แนวรกวาง โลเมลู ลูกากู เป็นหน้าเป้าเหทือนเคย
 
ตัวแบน
กองหลัง - ฟีล ยากีลก้า
 
ตัวเจ็บ :
กองหลัง - มูฮาเหม็ด เบซิช (-), แม็ตธิว เพนนิงตัน (-)
กองกลาง - ยานนิค โบลาซี่ (13 นัด 1 ประตู)
 
     ลิเวอร์พูล ของผู้จัดการทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ สถาการณ์คลี่คลายหลังไล่ถล่มโบโร่ 3-0 แต่ทางเลือกการจัดทัพตรงแนวรุกยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากตัวเจ็บเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ แดนนี่ อิงส์ รวมถึงผู้เล่นเชิงรับอย่าง เอ็มเร่ ชาน ก็เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน ต้องประเมินความฟิตในนาทีสุดท้าย จึงเชือว่า คล็อปป์ จำต้องส่งผู้เล่นเซ็ทเดิมลงประสานงานกันต่อไป อีกจุดที่น่าสนใจคือ ลอริส คาริอุส ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักว่ามีส่วนทำให้ทีมเสียประตูง่ายในช่วงหลัง จึงโดน ซิมง มิโญเล่ต์ ทวงมือหนึ่งคืนมาเป็นที่เรียบร้อย และเป็นไปได้ที่นายด่านหน้าหล่อจะถูกดองยาว
 
ตัวแบน : -
 
ตัวเจ็บ :
กองกลาง - ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (13 นัด 5 ประตู), เชยี่ โอโย่ (-)
กองหน้า - แดนนี่ อิงส์ (-), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (9 นัด)
 
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
 
     เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก ; ซีมุส โคลแมน, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยม, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์ ; ไอดริสซ่า กูเอเย่, แกเร็ธ แบร์รี่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ ; อารอน เลนน่อน, โรเมลู ลูกากู, เอนเนอร์ วาเลนเซีย
 
     ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมงต์ มิโญเล่ต์ ; นาธาเนี่ยล ไคลน์, โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์ ; อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จีจี้ ไวจ์นัลดุม ; ซาดิโอ มาเน่, ดิว๊อค โอริกี, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่
 
     เจอกันสนามแห่งนี้เมื่อไหร่ บทสรุปออกมาที่วินวินแทบทุกครั้ง อย่าง 5 ครั้งหลังสุดที่ดวลเกือกบนสังเวียนกูดิสัน ปาร์ค ปรากฏว่าผลงเอยด้วยการแบ่งแต้มถึง 4 หน อีกทั้งเอฟเวอร์ตัน เพิ่งเรียกความเชื่อมั่นกลับมาหลังพลิกชนะอาร์เซน่อล 2-1 จึงกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลต่อเนื่องด้วยความคึกคัก ส่วนลิเวอร์พูล ก็เพิ่งถล่มคู่ต่อสู้มา 3-0 ทว่าแนวรุบยังน่าห่วง รวมถึงสไตล์การเล่นซึ่งมาเจอบอลสายพลังอย่าง "ทอฟฟี่เมน" เชื่อว่าลูกทีมของ คล็อปป น่าจะวิ่งกันเหนื่อยกว่าปกติ บวกกับความเป็นดาร์บี้แมตช์จึงไม่แปลกที่บทสรุปออกมาเจ๊ากันเกือบทุกครั้ง และแนวโน้มเกมนี้มีโอกาสสูงที่จะแบ่งแต้มกันอีกครั้ง ราคา0.5 วางบอลรองดีกว่า
เมื่อ: 19 ธันวาคม 2559
17,332 ผู้ชม


เข้าสู่ระบบสมาชิก

User:

Password:



สถิติผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์
2,888 คน


© COPYRIGHT 2013. ผลบอล.COM