พรีวิวพรีเมียร์ลีก มิดเดิ้ลสโบรช์ -vs- ลิเวอร์พูล : หงส์จัดทัพใหญ่ ฟัด โบโร่ หวังเรียกศรัทธาจากแฟนบอล

พรีวิวพรีเมียร์ลีก มิดเดิ้ลสโบรช์ -vs- ลิเวอร์พูล : หงส์จัดทัพใหญ่ ฟัด โบโร่ หวังเรียกศรัทธาจากแฟนบอล

มิดเดิ้ลสโบรช์ (16) -vs- ลิเวอร์พูล (3)
 
เวลา02.45
 
สนาม : ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม 
 
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
24/09/14 ลิเวอร์พูล เสมอ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-2 (ลิเวอร์พูลชนะจุดโทษ)
28/02/09 มิดเดิ้ลสโบรช์ ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0
23/02/09 มิดเดิ้ลสโบรช์ ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0
23/08/08 ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1
23/02/08 ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-2
12/01/08 มิดเดิ้ลสโบรช์ เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1
19/04/07 ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0
19/11/06 มิดเดิ้ลสโบรช์ เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0
10/12/05 ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0
13/08/05 มิดเดิ้ลสโบรช์ เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0
 
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
 
มิดเดิ้ลสโบรช์
11/12/16 แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 (เยือน) / รอง 0.75 ... เสียครึ่ง
06/12/16 ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) / ต่อ 0.5 ... บวก
26/11/16 เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 (เยือน) / รอง 0.5 ... เสีย
20/11/16 แพ้ เชลซี 0-1 (เหย้า) / รอง 1.0 ... เจ๊า
05/11/16 เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 (เยือน) / รอง 2.0 ... บวก
ฟอร์มเกมเหย้าในลีก แข่ง 7 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 4 ได้ 6 เสีย 7 มี 7 แต้ม
 
ลิเวอร์พูล
11/12/16 เสมอ เวสต์แฮม 2-2 (เหย้า) / ต่อ 1.75 ... เสีย
04/12/16 แพ้ บอร์นมัธ 3-4 (เยือน) / ต่อ 0.75 ... เสีย
30/11/16 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า) ลีก คัพ / ต่อ 1.75 ... บวกครึ่ง
26/11/16 ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 (เหย้า) / ต่อ 2.25 ... เสียครึ่ง
19/11/16 เสมอ เซาท์แฮมป์ตัน 0-0 (เยือน) / ต่อ 0.25 ... เสียครึ่ง
ฟอร์มเกมเยือนในลีก แข่ง 8 ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 ได้ 16 เสีย 14 มี 14 แต้ม
 
ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในลีก
 
มิดเดิ้ลสโบรช์
เหย้า - แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1 ได้ 3 เสีย 1 มี 6 แต้ม
เยือน - แข่ง 3 ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 1 ได้ 3 เสีย 4 มี 2 แต้ม
 
ลิเวอร์พูล
เหย้า - แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 ได้ 10 เสีย 3 มี 7 แต้ม
เยือน - แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 7 เสีย 6 มี 4 แต้ม
 
สภาพทีมล่าสุดของทั้งสองทีม
 
     อัลบาโร่ เนเกรโด้ และ กาสตอน รามิเรซ สองกำลังหลักในแนวรุกของทีม นัดกันเจ็บจนถอนตัวออกไปในเกมบุกพ่ายเซาท์แฮมป์ตัน 0-1 โดยรายแรกมีลุ้นคืนทัพ ส่วนรายหลังยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ข่าวดีคือ ไอตอร์ การันก้า จะได้แนวรับตัวหลักอย่าง จอร์จ เฟรนด์ สลัดครบเดี้ยงกลับมาซ้อม หลังหายหน้าไป 4 เกม อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์ชาวสเปนต้องแน่ใจว่าเจ้าตัวมีความฟิตเกนร้อยเท่านั้นถึงจะส่งลงสนาม ขณะที่ตัวหลักคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ คาดว่า การันก้า จะปรับมาใช้ระบบ 4-5-1 ตามนโยบายเวลาเจอทีมใหญ่ อีกทั้งยังได้ อดาม่า ตราโอเร่ กัลบมาลงลากเลื้อยทางฝังขวาอีกครั้ง หลังจากชดใช้โทษแบนไป 2 เกม โดยประสานงานกับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง กับ เนเกรโด้ ตรงแนวรุก
 
ตัวแบน :
 
ตัวเจ็บ
กองกลาง - กาสตอน รามิเรซ (13 นัด 2 ประตู)
 
     ลิเวอร์พูล ของผู้จัดการทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ สถาการณ์ปัจจุบันไม่สู้ดี ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นที่ตกลงไป รวมถึงทางเลือกการจัดทัพตรงแนวรุกซึ่งค่อนข้างน้อย เนื่องจากตัวเจ็บเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ แดนนี่ อิงส์ รวมถึงผู้เล่นเชิงรับอย่าง เอ็มเร่ ชาน กับ เดยัน ลอฟเรน ก็เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน ต้องประเมินความฟิตในนาทีสุดท้าย จึงเชือว่า คล็อปป์ จำต้องส่งผู้เล่นเซ็ทเดิมลงประสานงานกันต่อไป อีกจุดที่น่าสนใจคือ ลอริส คาริอุส ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักว่ามีส่วนทำให้ทีมเสียประตูง่ายในช่วงหลัง จึงมีสิทธิ์ที่จะโดน ซิมง มิโญเล่ต์ ทวงมือหนึ่งคืนมาเร็วๆนี้
 
ตัวแบน : -
 
ตัวเจ็บ :
กองกลาง - ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (13 นัด 5 ประตู), เชยี่ โอโย่ (-)
กองหน้า - แดนนี่ อิงส์ (-), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (9 นัด)
 
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
 
     มิดเดิ้ลสโบรช์ (4-3-3) : บิกตอร์ บัลเดส ; อันโตนิโอ บาร์รากาน, คาลั่ม แชมเบอร์ส, เบ็น กิ๊บสัน, ฟาบิโอ ดา ซิลวา ; อดาม่า ตราโอเร่, มาร์เท่น เด รูน, อดัม เคลย์ตัน, อดัม ฟอร์ชอว์, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ; อัลบาร์โร่ เนเกรโด้
 
     ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส ; นาธาเนี่ยล ไคลน์, โจเอล มาติป, รักนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์ ; อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จีจี้ ไวจ์นัลดุม ; ซาดิโอ มาเน่, ดิว๊อค โอริกี้, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่

 สูญเสียความมั่นใจไปเยอะสำหรับ "หงส์แดง" ขนาดกุนซือจอมจิตวิทยาระดับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาจวกแกรี่ เนวิลล์ ผ่านสือ ส่งผลให้ขวัญกำลังใจของลูกทีมปั่นป่วน และเสียสมาธิไปพอสมควร อีกทั้งคล็อปป์ ไม่ค่อยมีทางเลือกในการปรับเปลี่ยนแท็คติก เนื่องจากข้อจำกัดด้านตัวผู้เล่น เพราะฉะนั้นการส่งชุดเดิมลงสนาม ก็คงต้องทำใจไว้ล่วงหน้าว่าบทสรุปอาจไม่ต่างจาก 2 เกมที่ผ่านมา โดยเฉพาะแนวรับกับผู้รักษาประตูที่พลาดค่อนข้างง่าย ขณะที่โบโร่ นับว่ามีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง อย่างเกมในรังก็ชนะถึง 2 จาก 3 นัดท้าย และเสียท่าให้เชลซีทีมเดียว กอปรกับปูมหลังที่เคยพบกันบนสังเวียนริเวอร์ไซด์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกชนะได้เลย ตั้งแต่เจอกันมาเมื่อปี 2005 ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันกำลังแย่สำหับอาคันตุกะ ดังนั้น 1 แต้มในเกมนี้คงพอใจแล้วสำหรับผู้มาเยือน
เมื่อ: 14 ธันวาคม 2559
14,815 ผู้ชม


เข้าสู่ระบบสมาชิก

User:

Password:



สถิติผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์
2,792 คน


© COPYRIGHT 2013. ผลบอล.COM